個人檔案Mr.Tuay ความสุขเล็กๆ บน ...相片部落格清單更多 ![]() | 說明 |
Mr.Tuay ความสุขเล็กๆ บน Space ของผม...บ้านนายกระต่วย...
18 April Review ทริปญี่ปุ่นเอาล่ะครับ ได้เวลามาอัพเดทกันละ หลังจากเดินทางกลับมาจากทริป Amazing Raceที่ญี่ปุ่น... 6 March ทริปญี่ปุ่น...ก่อนจะเดินทางไปญี่ปุ่นขอเขียนไว้ก่อนว่าจะไปไหนกันบ้าง 21 November เซ็งจิต Hard Disk พัง ชีวิตหมดสิ้น...อยู่ดีๆ Hard Disk คู่ใจ ที่ใช้เก็บข้อมูลทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ก็เกิดมีอันเป็นไปโดยไม่ทราบสาเหตุ
ไม่มีการร่ำลา หรืออาการอะไรให้เห็นล่วงหน้า หรือเตือนให้ Back Up ข้อมูลไว้
อาการคือ หลังจากเสียบสาย USB เครื่องคอมก็หามันไม่เจอ ไม่ปรากฏว่ามี External Hard Disk เสียบอยู่ พอมีโอกาสได้เอาไปซ่อม ตอนแรกช่างบอกว่า สาย USB อาจเสีย
เราก็คิดว่าเอาวะ แค่เปลี่ยนสายก็คงใช้ได้ ปรากฏว่า สายใหม่ก็ยังไม่ได้ช่วยให้คอมมองเห็นมัน
งั้นเอาใหม่ ช่างก็บอกว่า กล่องใส่ Hard Disk คงเสียแหละ
เอาน่าแค่เปลี่ยนกล่อง ปรากฏว่ากล่องใหม่ก็ยังไม่ได้ช่วยอะไร
สรุปตัวที่เสียเนี่ยคือ Hard Disk นั่นเอง พึ่งใช้ไปปีกว่าๆ ยังไม่ถึงปีครึ่ง มีประกัน 5 ปี
ช่างเลยถามว่าจะส่งศูนย์เพื่อเปลี่ยน Hard Disk ใหม่มั้ย
เอ่อ พี่ครับ แล้วข้อมูลในตัวเก่านี่ละครับ... อ๋อ น้องก็ทำใจได้เลย หายหมด เค้าไม่กู้ให้หรอก แค่เปลี่ยนตัวใหม่ให้เฉยๆ... แต่พี่ครับ มันสำคัญมากนะพี่ แบบ เป็นทุกอย่างของผมเลยอ่ะ... งั้นเอางี้ น้องลองไปติดต่อที่นี่ดู เอาเบอร์ไป ที่นี่กู้ได้ 100% น้องจะได้ทุกอย่างของน้องคืน... จริงหรอพี่... จริง ชัวร์ แต่แพงหน่อยนะ... เท่าไหร่อ่ะครับ... ก็ประมาณ 7-8 พันน่ะ ถ้ามันสำคัญจริงๆ ก็คุ้มนะ แต่ประกันที่เหลือจะถูกยกเลิกทันที เพราะเค้าต้องถอด Hard Disk ออกมาดู แล้วน้องก็ต้องซื้อ Hard Disk ตัวใหม่ไปใส่ข้อมูลกลับมาด้วย...
เบ็ดเสร็จก็เกือบหมื่นเลยหรอพี่... อืม ก็ประมาณนั้นนะ ส่วนตัวเก่าก็ทิ้งไปเลย ทำอะไรไม่ได้แล้ว... เศร้ามาก คือแบบ ทำไมอยู่ๆ ก็มาซวยได้ นี่ยังไม่นับเจ้าเครื่องแมคที่อยู่ๆ ก็เปิดเครื่องไม่ได้อ่ะ เมื่อไหร่เรื่องดีๆ จะกลับเข้ามานะ อย่าให้รอนานนะ เดี๋ยวจะทนไม่ไหว เฮ้อ...
ป.ล. Hard Disk ที่ว่านี้คือ Seagate ถ้าเป็นไปได้อย่าไปซื้อมาใช้นะ ที่ร้านบอกว่าเดี๋ยวนี้มันถูกเอามา แคลมบ่อย เซ็งเลย... 17 September Happy Birthday to me!!! ขอบคุณนะคร้าบ...ผ่านไปแล้วครับกับวันเกิดปีนี้...
มันช่างแตกต่างจากปีที่แล้วโดยสิ้นเชิง
ปีนี้รู้สึกว่าจะเงียบเหงาและผ่านไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน
ทั้งๆ ที่มันก็มี 24 ชั่วโมงเหมือนกันกับทุกๆ ปี
คนเรายิ่งแก่ก็ยิ่งถูกลืมง่าย และสูญหายไปกับกาลเวลาในที่สุด
ปลงๆ เปลี่ยนเรื่องดีกว่า เดี๋ยวจะมีคนหาว่าเราน้อยใจอีกแล้ว...
มาดูกันว่าปีนี้ได้ HBD จากใครกันบ้างละกัน จะว่าไปแล้วก็เยอะแหละ
เพียงแต่เป็นหน้าใหม่ซะส่วนใหญ่ พวกหน้าเก่าที่เคยมี กลับหายไปเฉยเลย
คนกลุ่มแรกก็ พี่น้องชาว Initiative กว่า 80 ชีวิต
ที่ร่วมร้อง HBD กันกลางงานเลี้ยง Team Building กันเลย
ซึ่งถ้าไม่ได้ไปก็อด HBD อันนี้แล้วล่ะ ขอบคุณนะครับ
กลุ่มต่อมาก็พี่ๆ น้องๆ ที่ส่ง SMS มาให้ ก็ขอบคุณอีกเหมือนกัน
เรียงตามลำดับการส่งเลยละกัน
ทั้งน้องไอซ์ น้องหลี พี่พร เหมย คุณลี่ น้องต้า จั๊ก น้องนัท
น้องกวาง น้องเดียร์ นิค น้องเอิร์ธ และน้องปุ้ย
ต่อมาก็พี่ๆ น้องๆ ที่โทรสายตรงมา HBD กันเลย ขอบคุณมากๆ ครับ
เรียงตามลำดับการโทร ก็ได้ดังนี้เลย
คุณแนน (โทรมาล่วงหน้าก่อนไป Team Building เลย)
เบิร์ด น้องเดียร์ (โทษทีนะครับที่ไม่ได้รับสาย โทรศัพท์เป็นไรไม่รู้
อยู่ๆ ก็เสียงเบามาก แต่ก็อุตส่าห์ส่ง SMS มาให้อีกที ขอบคุณนะ)
น้องปุ้ย และน้องพล
ต่อมาก็ทาง MSN บทสนทนาทั้งหมดถูกบันทึกไว้แล้ว ขอบคุณนะ
เริ่มจากน้องโบ (ที่ BD กันล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 10)
น้องซี ต้น น้องนัท น้องปุ้ย น็อต คุณหญิง (เกิดวันเดียวกัน แต่ไม่รู้จักกัน)
Ayda / Ling Ling (Thanks so much, my friend from Indo)
และคุณป๊อป
สุดท้ายทาง Hi5 ก็ขอขอบคุณด้วยเหมือนกันนะครับ
ทั้งจี๋ และงี้ เลยนะ
ขอบคุณทุกๆ คนที่เข้ามาอวยพร ไม่ว่าจะจำได้ด้วยตัวเอง
หรือด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ขอให้รู้ไว้ด้วยว่า
พวกคุณทำให้วันที่ 16 กันยายน 2550 มันมีค่ามากๆ สำหรับคนๆ นึง
ขอบคุณครับ...
12 August สุขสันต์วันแม่...สุขสันต์วันแม่ครับ...
วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่ผมใช้ชีวิตอยู่กับแม่ ผู้หญิงที่รักผมสุดจิตสุดใจ
ผมมานั่งนึกย้อนดูว่า สิ่งที่ผมทำไปแต่ละอย่างนั้น มีอะไรบ้างมั้ย
ที่ทำเพื่อผู้หญิงคนนี้ มีอะไรมั้ยที่ทำให้เธอยิ้มได้อย่างมีความสุข
เวลาผ่านไปวันแล้ววันเล่า เคยกอดแม่แบบนับครั้งได้
ทั้งๆ ที่ใจจริงก็อยากจะกอดแม่ เหมือนตอนสมัยเด็กๆ...
เมื่อคืนนี้ก็นั่งดูเอเอฟ กะแม่ (แม้ว่าปีนี้จะซึ้งสู้ปีที่แล้วไม่ได้เลย)
แต่ตอนที่เพลงค่าน้ำนมขึ้นเนี่ย ก็ทำเอาน้ำตาคลอได้เลยทีเดียว
ตอนน้องๆ นักล่าฝันกอดคุณแม่ หอมคุณแม่ ก็อิจฉาอยากจะทำบ้าง
ทั้งๆ ที่แม่ก็นั่งอยู่ข้างๆ แต่ทำไมถึงไม่ทำก็ไม่รู้ เสียดายจริงๆ
ในใจแม่เอง ก็คงอยากให้เรากอดเค้าด้วยมั้ง และคงอิจฉาแม่ๆ ในทีวี
ที่มีลูกมากอด มาหอม...
ถึงแม้ทุกวันนี้ผมจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้แม่มีความสุข
แต่ก็มีหลายครั้งที่แอบขัดใจแม่ และเผลอหงุดหงิดใส่แม่ด้วย
ทั้งๆ ที่รู้ว่า คำพูดของเรามันเสียดแทงหัวใจที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ของแม่
แต่ทำไมยังปล่อยให้มันหลุดออกมาจากปากได้ก็ไม่รู้
ผมอยากทำตัวให้เป็นลูกที่ดีกว่านี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงทำไม่ได้อย่างที่คิดซะที
ผมอยากกอดแม่ทุกวัน อยากบอกว่ารักแม่ ไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เค้ารักแม่กันแค่ไหน
แต่สำหรับผม ผมรักแม่มาก รักทุกวัน และจะรักตลอดไป
ชีวิตนี้มีแม่แค่คนเดียว ไม่ว่ายังไง แม่ก็ยังจะเป็นผู้หญิงที่ผมรักที่สุด...
มี คำอยู่ 4 คำที่ผมอยากจะบอกแม่...
คำแรก - ดีใจ
ดีใจที่ได้เกิดเป็นลูกแม่ ผู้หญิงที่อดทนที่สุดที่ผมรู้จัก
ดีใจที่แม่รัก ห่วงใย และเอาใจใส่
ดีใจที่แม่ทำอะไรๆ ให้หลายอย่าง ทั้งๆ ที่ไม่ได้เอ่ยปากขอ
ดีใจที่แม่เข้าใจ และรับฟังความคิดเห็นของเรา
ดีใจจริงๆ นะครับ
คำที่สอง - ขอบคุณ
ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำให้ แม้ว่าจะไม่ได้อะไรตอบกลับไป
ขอบคุณสำหรับทุกความห่วงใยที่แม่มีให้ มากกว่าการห่วงตัวเองซะอีก
ขอบคุณสำหรับความเอาใจใส่ ในตอนไม่สบายกาย และไม่สบายใจ
แม้ว่าร่างกายของแม่เองจะอ่อนแอกว่าเราซะอีก
ขอบคุณสำหรับการเลี้ยงดูอย่างดี ที่ไม่มีใครให้ผมได้
ขอบคุณจริงๆ จากใจครับ
คำที่สาม - ขอโทษ
ขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำให้แม่ไม่สบายใจ หรือต้องเสียน้ำตา
ขอโทษที่ไม่เชื่อฟัง ดื้อ ขี้เกียจ และไม่เอาไหน
เหมื่อนลูกของคนอื่นที่แม่มักพูดถึงเสมอ
ขอโทษที่เอาเรื่องทุกข์ใจ มาเพิ่มให้แม่เสมอๆ
ขอโทษที่ไม่เคยแสดงความรักให้แม่เห็นเลยซักครั้ง ทั้งๆ ที่ตัวผมเองก็รู้ว่าแม่รอมัน
ขอโทษที่ใช้เงินฟุ่มเฟือยไปกับเสื้อผ้า และของไร้สาระอื่นๆ ทั้งๆ ที่ควรจะช่วยแม่ประหยัด
ขอโทษที่ไม่ได้เลี้ยงดูแม่อย่างดี ทั้งๆ ที่แม่เลี้ยงผมมาดีมาก
ขอโทษจริงๆ จากใจครับ
คำสุดท้ายผมอยากบอกว่า รัก
รักทุกอย่างที่แม่เป็น
รักทุกอย่างที่แม่ทำ
ต่วยรักม้าที่สุดนะครับ รักจริงๆ จากใจ ลูกที่ไม่เอาไหนคนนี้...
1 August ทำบุญ ทำใจ ทำงาน...ช่วงวันหยุดที่ผ่านมานี้ ใครได้ไปทำบุญ เข้าวัดเข้าวามาบ้าง
สำหรับผมก็ได้ไปกะเค้าเหมือนกัน...
ผมไปนครสวรรค์มา ไม่เคยได้เห็น นครสวรรค์ เต็มตาแบบนี้มาก่อนเลย
สวย สงบ จนงานหนักๆ ที่มีก็ลืมไปได้เลย
ตอนแรกเนี่ยผมว่าจะไปรับน้องที่เมืองกาญจน์ เพราะรับปากน้องๆ ไว้เรียบร้อย
แต่ก็ติดงานเลยไปไม่ได้ ที่จริงอุตส่าห์ลาพักร้อนไปแล้วแต่ก็ทำไรไม่ได้
งานก็คืองาน ก็บ่นไปหลายชั่วโมง จนในที่สุดก็ต้องทำใจ
แต่ยังดีที่ไม่ต้องเข้าไปทำงานวันเสาร์-อาทิตย์ เพราะพี่ที่บริษัทจะ present ให้แทนแล้ว
พอดีกับที่ แม่ชวนไปทำบุญด้วยกันทั้งบ้าน แผนเลยเปลี่ยนด้วยประการฉะนี้...
วกกลับมาเรื่องงานก็คิดได้ว่าต้องอดทน อดทน อดทน และอดทน
ทนมาจะ 3 ปีแล้ว อีกนิดเดียวก็ครบตามสัญญาที่มีแล้ว
ได้คุยกับแม่แล้วด้วยว่าจะขอไปเรียนต่อ ซึ่งก็ได้รับการอนุมัติเรียบร้อย
ตอนนี้ผมก็จะพยายามบ่นให้น้อยลง ทำงานให้มากขึ้น
อีกอย่างตอนนี้ก็ไม่รู้สึกผูกพันอะไรกับใครที่ทำงานแล้ว
เพราะผมรู้สึกได้ว่าเหมือนอยู่ในโลกคนเดียว ให้ห้องแคบๆ ที่เค้าขังผมไว้
กลางวันก็กินข้าวคนเดียว กลางคืนก็กลับบ้านคนเดียว
คราวนี้ก็คงไม่มีอะไรจะเข้ามารั้งผมได้อีกแล้ว
เพราะความสุขที่เคยได้จากที่นี่ มันหายไปจากใจเกือบจะหมดสิ้นแล้ว
ยังดีนะ ที่มีน้องๆ ในโลกไซเบอร์แวะเวียนมาพูดคุยให้ได้คลายเหงาบ้าง
ไม่งั้นคงบ้าไปแล้ว...
อีกไม่นานความอดทนที่ ทนมานานแสนนาน ด้วยความทรมาน ก็จะจบสิ้น
แล้วผมก็จะได้เริ่มชีวิตใหม่ที่สดใสอีกครั้ง...
อีกไม่นานเกินรอแล้ว ต่วยเอ๋ย 555 20 June คำตอบของคุณขวัญพอดีผมได้มีโอกาสพบกับคุณขวัญ เธอเป็น columnist ที่คอยตอบปัญหาชีวิตให้คนอื่นๆ
และเธอก็มีข้อแนะนำดีๆ เกี่ยวกับความเบื่อของผม ซึ่งผมคิดว่ามันตรงใจมาก...
เลยขออนุญาตนำมาโพสต่อ เพื่อให้คนที่รู้สึกเหมือนผมในตอนนี้ได้ฉุกคิดอะไรขึ้นมาบ้าง...
คำตอบของคุณขวัญ
ระยะนี้มีหนุ่มสาวไฟแรง
ที่เคยเรียนดี ทำงานเก่งมาปรึกษาหลายคน ด้วยอาการเพลียใจ ไม่ค่อยมีแรง ไม่สดชื่น เหมือนที่เรียกว่าขาดไฟนั่นแหละ พวกนี้เรียนจบปริญญา ทำงานในบริษัทใหญ่ๆ มีชื่อเสียง ทุกคนทำงานแข่งขันกับเองและเพื่อนร่วมงาน แต่พอทำๆ ไปทำไมรู้สึก เหนื่อย และเพลียมากขึ้น ผมสอบถามดูได้ความว่า เขารู้สึกว่าเขาทำงานหนัก มีประชุมบ่อย เวลาพักผ่อนน้อย บางคน จะมีแฟนก็ไม่มีเวลาให้แฟนเลย เลิกกันไปก็มี พวกที่หาแฟนไม่ได้ ก็ไม่มีโอกาสหาแฟน แต่ประโยคที่เขาพูดคล้ายๆ กันก็คือ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องมาทำงานหนักเช่นนี้ เงินเดือน แม้จะได้มากขึ้น แต่ก็ต้องเสียภาษีมากขึ้น ยิ่งทำมากแต่แลดูเหมือนได้เงินน้อยลง อนาคตก็ไม่เห็นจะร่ำรวย เขาอยากทำงานเป็นเจ้าของกิจการเล็กๆ เช่น เกี่ยวกับการให้เช่าหรือขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งน่าจะรวยกว่า และมีเงินเก็บได้มากกว่า แต่ก็ยังไม่พร้อมและขาดประสบการณ์ คนเหล่านี้เป็นพวกสมองไว คิดมาก และคิดซับซ้อน ความเพลียเกิดจากความสับสนในตัวเอง เกิดความขัดแย้งในตัวเอง ว่าจะทำอะไรดีจะทำงานเก่าต่อไป หรือจะลาออกหางานใหม่ สมองฉลาดพอที่จะมีคำตอบว่าสิ่งใดดีกว่าแต่ตัวเองไม่พร้อมจะทำสิ่ง นั้น ไม่กล้าลอง และไม่กล้าทิ้งงานเก่า เขาจึงเกิดความขัดแย้ง(Conflict) ในใจตลอดมา ความขัดแย้งที่มีอยู่เป็นประจำ
เกิดเป็นความเครียดสะสมมาก ขึ้น เมื่อเกิดความเครียด เขาจะขาดสิ่งสำคัญ 3 อย่าง คือ 1) ขาดพลังงาน ทำให้รู้สึกเพลีย เหนื่อยง่ายและหน่ายชีวิต 2) ขาดความคิดสร้างสรรค์ คิดอะไรไม่ค่อยออกไม่อยากคิด 3) ขาดความรักตัวเองและเพื่อนมนุษย์ ทำให้ขาดความกระชุ่มกระชวยขาดความกระตือรือร้น นี่คือสาเหตุของความเพลียในทุกๆ เช้าที่ลืมตาขึ้นมา และเพลียมากขึ้นในช่วงเริ่มทำงานตอนกลางวัน พอเลิกงานก็เพลีย กลับบ้าน กินข้าว ดูทีวี แล้วก็นอน ทำจนเป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเจ บางคราวมีงานทำน้อย ก็รู้สึกเพลียและคิดว่าตัวเองไร้ค่า ผมสอนให้เขายอมรับตัวเองว่า ขณะนี้เขาเป็นอะไร แค่ไหน การเรียนรู้ทำให้ได้ประสบการณ์ อุปสรรคทำให้เกิดความเข้มแข็งในอนาคต ทุกอย่างที่ทำอยู่ในปัจจุบันจะมีทั้งสิ่งดีและไม่ดี แต่ต้องรู้จักเลือกมองสิ่งดีให้มากขึ้น ไม่ใช่นั่งจ้องมองสิ่งไม่ดี-ไม่ชอบ ซ้ำๆ ซึ่งจะทำให้เกิดความหน่าย และเบื่อหน่ายทุกอย่าง สอนให้มองโลกในแง่ดีว่าต้องมีทางออกที่ดีๆ สอนให้มีอารมณ์ขัน อย่าไปจริงจังกับชีวิตมากนัก จะยิ่งเครียดมากขึ้น และให้ปรับตัวเข้าหาสภาพความเป็นจริง ให้ออกกำลังกาย มองโลกในแง่ดี รู้จักสร้างความหวัง และลดความคาดหวังที่มากๆ ลงเสีย คนพวกนี้ผ่านชีวิตวัยเด็กที่ได้ทุกอย่างง่ายๆ และได้อย่างรวดเร็ว เช่น เรียนจบได้เร็ว พอเป็นวัยรุ่นก็สนุกกับชีวิต พอมาพบปัญหาของชีวิตจริงเข้า ก็ไม่อยากยอมรับ เริ่มมองเห็นทุกข์ การจะปรับตัวให้รับความจริง รู้จักตั้งความหวังและยอมรับให้ ได้ว่า แม่จะทำเต็มที่แล้วก็อาจไม่ได้ดังใจนึก เป็นสิ่ง ที่เขาต้องเข้าใจ และทำใจยอมรับให้ได้ เขียนถึงตรงนี้แล้ว นึกถึงบทกวีของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพที่เคยประพันธ์เอาไว้ ว่า ยามเยาว์เห็นโลกล้วน แสนสนุก เป็นหนุ่มสาวก็แสนสุข ค่ำเช้า กลางคนเริ่มเห็นทุกข์ สุขคู่ กันนอ ตกแก่จึงรู้เค้า ว่าล้วน อนิจจัง มนุษย์เราก็เป็นเช่นนี้เอง ถ้ารู้ความจริงและยอมรับธรรมชาติ ของมนุษย์ได้ดังบทกวีข้างบนนี้ จะไม่ทุกข์มากนักหรอกครับ ไม่ต้องรอให้ตกตอนแก่แล้วจึง ค่อยรู้เค้าว่า ทุกสิ่งล้วนไม่แน่นอนหรอก ใครรู้และยอมรับได้เร็ว ก็ทุกข์น้อยลง หายเพลียใจได้ทันที |
|
||||
|
|